หัวหินภาคสาม

ไม่นานนัก น้องและแม่ก็พร้อมเดินทางแล้ว ผมรออยู่หน้าโรงแรม นั่งถ่ายภาพเล่นไปเรื่อยๆ นั่งคิดในใจถึงใครบางคนที่เคยแช่งผมไว้ก่อนผมจะออกเดินทางตอนอยู่ที่กรุงเทพ ผมโทรไปหาเธอบอกว่าจะพาแม่และน้องไปหัวหิน หล่อนพูดกลับมาทันทีว่า ชั้นดูข่าวพยาการณ์ว่าที่แกกำลังจะไปน่ะ เดี๋ยวฝนก็ตกเชอะๆ น้ำเสียงแบบไม่สนใจแต่ผมรู้ว่าหล่อนก็อยากไปด้วย เอาไว้คราวหน้านะเดี๋ยวจะพามาด้วย พูดแล้วก็นึกถึงเมื่อคืน ตอนที่เดินที่ตลาดโต้รุ่ง ผมโทรไปถามว่าอยากได้อะไรไหม เสียงปลายสายตอบกลับมาว่า มีอะไรบ้างล่ะที่น่าสนใจ ผมบอกสิ่งที่อยู่ในหัวที่คิดว่าเธอจะชอบ ก็มีเสื้อหัวหินสีขาว กระเป๋าผ้าใบเล็กๆ แล้วก็พวกแม็กเน็ตติดตู้เย็น เธอทำเสียง อืม…เหมือนคิดว่าจะเลือกพรรคไหนเป็นรัฐบาล ก่อนจะเปล่งเสียงออกมาว่า เดี๋ยวไปดูเองดีกว่า นี้แหละผู้หญิง ตอน เราชวนทำเป็นไม่อยากมา นินทาพอแล้ว กลับมาที่หัวหินต่อ จากหน้าโรงแรมฝนจากที่ตกหนักเริ่มเบาลง ผู้คนที่ก่อนหน้านี้กำลังจะออกไปทำธุระ ที่ติดฝนอยู่เริ่มทยอยเดินออกมาจากที่พัก บ้างมาเป็นคู่ บ้างก็มาเป็นกลุ่ม ส่วนใหญ่ที่มาเป็นกลุ่มเท่าที่ดูไม่ค่อยครบคู่ จะมีเกินมา อย่างละหนึ่งคน ใช่ล่ะซิถ้าเกินมาสองคนเค้าคงจะไม่เรียกว่าเกิน

11.40 เราเริ่มเดินออกจากที่พัก ทางเดินแฉะๆทำให้ไม่จำเจ ไม่เหมือนขามาที่แห้งสนิท ท้องฟ้าที่หลังฝนตกเป็นสีฟ้าเข้ม อากาศเวลาที่เราสูดเข้าไปก็เช่นกัน มันจะชื้นๆไม่แห้ง ทำให้เวลาหายใจแล้วรู้สึกว่าปลอดโปร่ง เดินออกมาไม่นานนัก ก็ผ่านสี่แยก ผ่านถนนสายหลัก เพชรเกษม ป้ายบอกทางที่นี่เป็นแบบย้อนยุค เป็นแบบไม้

แบบเดียวกับตรงทางรถไฟที่เขียนว่าหัวหิน ที่ใครๆมาก็ไปถ่ายรูปคู่กับป้าย แต่เราอินดี้ เราไม่ทำ เพราะฉนั้นทริปนี้เราเลยไม่มีใครที่มีรูปยอดฮิตที่ใครๆก็มาถ่ายมุมนี้ ไม่ใช่ไม่อยาก แต่คิวยาวมาก ผมอิจฉาป้ายหิวหินไม่รู้ว่าวันๆหนึ่งจะต้องโดนถ่ายกี่รูป เป็นหมื่น เป็นแสน ปีหนึ่งอาจจะเป็นหลายๆล้านครั้ง แต่ก็ไม่รู้ว่าอันที่อยู่ที่สถานนีรถไฟนั้นใช่อันดั้งเดิมหรือเปล่า

11.55 พวกเรามาที่สถานีอีกครั้ง ผมสังเกตสัมภาระของเราดูมันจะเยอะขึ้นจากขามามาก ไม่รู้อะไรงอกมาบ้าง อาจจะเป็นเสื้อผ้าที่ขามานั้นเราพับเรียบร้อย แต่ขากลับถูกเรามาใส่ มันเลยขยายทำให้ดูมากมายกว่าขามา ผู้คนเยอะมากเราเดินหาที่หย่อนก้นกัน จนมาได้ที่เป็นเพิงที่ทำจากเหล็กกล่องชิ้นเล็กๆเป็นหลังคา แล้วเอาต้นไม้เลื้อยมาเลื้อยให้เป็นร่มเงา ดูจากภายนอกไม่น่าจะเย็นมากนักแต่ภายใน ใช้ได้เลยเย็นสบาย ผมนั่งประมาณห้านาทีเพื่อพักเหนื่อย ก่อนจะเดินไปดูตั๋ว ปล่อยให้แม่และน้องนั่งเฝ้าของไป

ในกระเป๋ากางเกงมีเงินสี่สิบสี่บาทและบัตรประชาชนอีกสามใบ เดินไปที่ช่องขายตั๋ว คิวยาวพอสมควร ช่องขายตั๋วมีมากกว่าหนึ่งช่องแต่มีให้บริการเพียงช่องเดียว ช่างเหอะ…อบอุ่นดี ผมเดินไปต่อคิว เรียบเรียงคำพูดไว้ในหัว กรุงเทพสี่ที่ครับ ตั๋วฟรีสามเสียเงินหนึ่ง ไม่ยากนักสำหรับการหาทางกลับบ้าน ผมคิดอะไรไปเรื่อยๆ

ขณะรอคิว ผมมองไปที่ด้านหน้า อืม ทำไมไม่มีใครเค้ายืนบัตรประชาชนเลยอ่ะ หรือว่าไม่ฟรี สงสัยขบวนอื่น ผมก็มองต่อไป มีเพียงการพูดจากผู้โดยสารว่าจะไปไหนกี่คนแล้วพนักงานก็ฉีกบัตรให้ อ้าวเห้ย ไม่ต้องดูบัตรประชาชนเหรอเนี่ย ผมดูคนต่อไปให้แน่ใจก่อนที่จะทำแผนชั่วร้าย “ลักไก่เข้ากรุงเทพ” จริงๆด้วยครับ เพียง

แค่บอกว่าจะไปไหนกี่ที่แล้วเค้าก็ให้ตั๋วมาเลยไม่ดูบัตรสักนิด คงเป็นเพราะคงไม่มีใคร เค้าไม่พกบัตรมั้ง หรือไม่ก็พนักงานที่นี่คงไม่คิดมากเรื่องนี้ เหลืออีกเพียงคิวเดียวเท่านั้นจะถึงคิวของผมแล้ว ตอนนี้หัวใจเต้นแรงมาก เหงื่อเม็ดเล็กๆเริ่มแตกที่หน้าฝาก ผมหายใจเร็ว เสมือนตอนเรียนที่ครูจะเรียกตามเลขที่ให้ไปรายงานหน้าชั้น เวลาที่ใกล้จะถึงชื่อเรา อารมณ์นั้นเลย คิวก่อนหน้าผมรับตั๋วแล้วเดินจากไป ผมก้าวเท้าซ้ายไปที่ช่องก้มหัวเล็กน้อยพร้อมเอ่ยไปว่า กรุงเทพสี่คนครับ พนักงานหยุดนิ่ง เงยหน้าขึ้นมองมาที่ผม ในใจผมคิด..อ้าวเห้ยทำไมไม่ให้ตั๋วแบบคิวเมื่อกี้ ล่ะมองหน้าเราทำไม จะซวยไหมเนี่ย พนักงานทำหน้างงๆแล้วพูดว่า ไปกรุงเทพรับตั๋วบ่ายโมงครึ่งครับ…ผมถอนหายใจ พร้อมพูดคำว่า อ่อ… ครับผม

ผมเดินออกจากช่องขายตั๋วไปหน้าสถานี เห็นโบกี้ที่จัดแสดงอยู่ ทุกหน้าต่างมีผ้าม่านปิดมิดชิด ด้วยประสบการณ์ที่ดูรถไฟมาหนึ่งวันที่ผ่านพอจะรู้ได้ว่าเป็นรถไฟติดแอร์ ข้างโบกี้เขียน จิตรลดา-หัวหิน ผมไม่รอช้าที่จะหยิบกล้องขึ้นมาเพื่อบันทึกภาพ มุมต่างๆ เดินไปรอบๆสถานีเพื่อถ่ายภาพมุมต่างๆ

เดินย้อนไปเรื่อยๆจนไปถึงที่น้องและแม่นั่งอยู่….ว่าง ตรงนี้สามสาวหายตัวไปพร้อมสัมภาระ เอาล่ะซิ ไปไหนอีกเนี้ย ผมคิดกังวล มองไปรอบๆ แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น แม่ถามว่า แกอยู่ไหน อ้าวแม่ อ้นก็อยู่ที่แม่เคยนั่งเนี่ย แม่ละอยู่ไหน แม่บอกว่าอยู่หน้าสถานี ที่ตรงนั้นมดเยอะแล้วก็ร้อนด้วยเลยย้ายที่ แล้วผมก็เดินอ้อมมาที่หน้าสถานี ทั้งสองจุดที่เรายืนโทรหากันมีเพียงศาลาเล็กๆคั่นอยู่แค่นั้นเอง

ผมเล่าเรื่องตั๋วให้แม่ฟังเรื่องเวลาและเรื่องแผนที่จะลักไก่ แม่ดูตื่นเต้น แต่คนที่ดูจะแฮปปี้ที่สุดคงเป็นเจ้าตัว น้องสาวคนเล็กของผมที่จะไม่ต้องผิดไปจากพวกได้ตั๋วฟรีเหมือนกันหมด หน้าตามันยิ้มแย้มอย่างเห็นได้ชัด เราดูเวลากันเที่ยงห้านาที เปิดจองตั๋วบ่ายครึ่ง อีกชั่วโมงครึ่ง ไปไหนกันดี ในช่วงที่ผมเดินไปเก็บภาพโบกี้ จิตรลดา-หัวหิน นั้นบังเอิญไปเห็นร้านส้มตำ แนวอีสานขึ้นห้าง เริ่มต้นที่ครกละสามสิบบาท สะอาดสะอ้าน น่าเป็นที่นั่งฆ่าเวลาผมเสนอไป แม่และน้องมองหน้ากันแล้วมองมาที่ผมแล้วพยักหน้า ไม่มีเสียงจากฝ่ายค้านเลยสักคน

เราหอบหิวสัมภาระไปยังร้านส้มตำ คุณพระ!!! โต๊ะเต็ม คนเต็มร้าน ตกใจมากเมื่อกี้แค่สิบนาทีมีลูกค้าแค่โต๊ะเดียวเองตอนนี้กลับกลายเป็นที่นิยมไปซะอย่างนั้น แปดโต๊ะเต็มหมดเลย ไม่เข้าใจ จะมาอยากอะไรพร้อมเราเนี้ย งอลๆๆ ร้านข้างๆพยายามกวักมือเรียก นั่งได้จร้าาา ทานข้าวก่อนนะค่ะมีกระเพรา ก๋วยเตี๋ยว โน่นนี่นั้น ชี้ชวนกันไป ผมเป็นมนุษย์ที่เวลาอยากอะไรแล้วต้องได้ ดื้อจริงๆ ผมไม่ยอมแพ้หรอก อยากกินส้มตำต้องได้กิน ผมเชื่อว่าไม่ไกลจากนี้จะต้องมีร้านส้มตำ ผมเชื่อที่ไหนที่มีถนนต้องมีส้มตำ อาจจะห่างกันมากแต่เชื่อเถอะต้องหาได้ จากร้านแรกเพียงแค่ ไม่กี่สิบเมตร ผมเจอร้านส้มตำโทรมๆมีตู้กระจกถูกเขียนด้วยปากกาเมจิว่า ส้มตำ ตัวใหญ่มาก ร้านดูไม่น่าสนใจ ผมเหล่ไว้เผื่อเป็นตัวเลือกหากไม่มีที่ไป เราเดินผ่านร้านนี้แอบชำเลือง ยังไม่เสร็จนี่หน่ามีแต่ตู้ ผมเดินออกไปอีก แถวนี้ต้นไม้ใหญ่เยอะมาก ผมสะดุดตากับป้ายร้านอาหารไกลๆ ป้ายที่มีโลโก้เป็ปซี่อยู่ด้านล่าง ขายอะไรหว่าผมนึกในใจ มองไม่เห็นชัดนัด เราเดินหน้าสู่ร้านนี้เริ่มใกล้เข้ามาภาพชัดขึ้นจับใจความได้ว่า “แซบนัว กาฬสินธุ์”

เห็นไหมบอกแล้วว่าร้านส้มตำมีอยู่ทั่วไปแหละ แต่ในใจ เที่ยงแบบนี้มันจะเปิดหรือยังหว่าหรือว่าขายแต่กลางคืน ชีวิตทำไมต้องมีอะไรให้ลุ้นอยู่ตลอดเนี่ยไม่เข้าใจ แต่ก็คือสีสันเนอะ ไม่งั้นคงเนื่อยๆกับชีวิต ผมเดินไปชะโงกไป ดูว่าร้านมีคนไหม… เงียบ…โต๊ะว่าง…ว่างถึงว่างมาก แต่ที่ปลายอุโมงค์ก็ยังมีแสงไฟ ร้านนี้ก็เช่นกันเห็นเงียบๆแต่ก็ยังมีควัน ควันไก่ย่าง รอดตายแล้วเรา เราสี่คนเดินเข้าร้าน ที่นี่ก็เหลือเรื่องที่ให้ลุ้นอีกสองเรื่อง คือหนึ่งจะอร่อยไหม และสองจะแพงไหม

เรามานั่งกันสักพัก โต๊ะไม้ชิ้นโตๆแบบสี่ห้าคนโอบ นั่งสบาย หลังคาสูงโปร่งมีพัดลมติดเพดาน เย็นสบายไม่ร้อน ผมกำชับ นั่งนานๆนะค่อยๆกิน บ่ายค่อยอิ่ม ไม่นานนักพนักงาน ก็เดินเอาเมนูมาให้เราเลือกดู สิ่งแรกที่ผมทำ หาส้มตำที่ถูกที่สุด เยสสสสสสสสส สามสิบบาทเองเท่าร้านแรกเลย เยี่ยม…แถมนั่งสบายไม่อึดอัดด้วย ผมนึกในใจและเก็บอาการไม่ให้เด็กรับออเดอร์รู้ตัว สั่งเลยยยยย ผมลากเสียงยาว ผมบอกแม่และน้อง พลิกเมนูไปมา ผมสั่ง ตับหวาน ลาบปลาหมึก และถามแม่ว่าจะเอาอะไรเมนูน้ำๆ ต้มยำไก่บ้านไหม แม่นิ่งๆ ผมเสนอต่อ ต้มแซ่บซี่โคร่งหมูอ่อนมั้ย แม่ยิ้มที่มุมปาก โอเคเอาแล้วกัน ส่วนเมนูส้มตำให้น้องรับผิดชอบ นาทีกว่าผ่านไป ส้มตำกุ้งสด เมนูที่หลุดจากปากน้องสาวคนเล็ก ส่วนน้องสาวคนโตสั่งเมนูฝรั่งเศส ซุป…หน่อไม้ ผมตบท้าย ข้าวเหนียว 3 เครื่องดื่มละครับเด็กรับออเดอร์ถาม อืม…เอาเป๊ปซี่มาแล้วกัน ลิตรหนึ่ง สั่งเสร็จเหลือบไปทางซ้ายมีคนนั่งขูดเส้นมะละกออยู่ กองใหญ่มาก ร้านนี้ขายดีแน่ๆ ต้องอร่อยแน่นอน ผมคิดเข้าข้างตัวเอง

12.34 อาหารเริ่มทยอยมาที่โต๊ะ เริ่มที่ตับหวานชิ้นโตๆ บางๆไม่สุกมากนัก กำลังหวานสมชื่อ ส้มตำกุ้งสด กุ้งตัวใหญ่มาก ผมเอาซ้อมเคี่ยๆ ตัวเด้งๆแข็งๆ สดจริงๆใช้ได้ แล้วต้มแซ่บกับลาบปลาหมึกก็ตามมา ลาบปลาหมึก เป็นเมนูแรกที่ผมเอาเข้าปาก สัมผัสแรกที่ปลายลิ้น กลิ่นข้าวคั่วหอมแตะปลายจมูก พริกป่นคุณภาพดี เปรี้ยวนำ เผ็ดตามเค็มนิดหน่อย ผมเคี้ยวปลาหมึก..กรอบมากเนื้อเด้งๆเลย สดจริงๆ ไม่มีอาการแพ้เลยสักนิด อร่อยมากครับ นี่พิมพ์ไปน้ำลายสอไป คาดว่า เวลาย้อนกลับมาอ่านคงจะทรมานไม่แพ้ตอนนี้เป็นแน่แท้ ตามด้วยต้มแซ่บผมลองคนในถ้วยดู ร้านนี้ให้กระดูกหมูเยอะมาก ร้านนี้จะต้องมาอีกแน่ ถ้ามีโอกาสมาหัวหินด้วยรถไฟนะ ผมค่อยๆตักน้ำต้มแซ่บ กลิ่นมะนาวโชยมา หอมมาก ก่อนจะค่อยๆประกบที่ริมฝีปากออกแรงซดน้ำผ่านลิ้นเข้าไป รสจัดมาก แซ่บสมชื่อ ติดเค็มไปหน่อยแค่นั้นเอง ความอ่อนของกระดูกหมู กรุบๆ อร่อยครับ ส้มตำไม่ได้เด่นอะไรนอกจากความสดของกุ้ง เฉยๆครับไม่ค่อยประทับใจกับส้มตำ…

อ่านต่อเมื่อเขียนเสร็จนะจ๊ะ บ้ายบาย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s