ก่อนเดินทาง..กระบี่ 2016

ชื่อนี้ได้ยินมานานแสนนานว่า สวย ที่เที่ยวเยอะ คนแบบเราหาเช้ากินค่ำ มันไกลกับความรู้สึกจริงสำหรับกระบี่ ไหนจะค่าเครื่อง การเดินทางโน่นนี่นั้น ค่าเรือไปดำน้ำ อาหาร เป็นหมื่นแน่ๆ

จนกระทั้งปลายปีที่แล้วหลังจากที่ไปทริปเกาะล้านเราคุยกันว่าครั้งหน้าจะไปไหนกันดี กระบี่ คำนี้มันวิ่งเข้ามาในหัวพอดี

หลังจากกลับจากเกาะล้านได้ไม่นานก็มีคนแชร์เกี่ยวกับโปรของไทยแอร์เอเชียเกี่ยวกับการแลกพ๊อยซ์ของแอร์เอเชียประมาณว่าใครบินบ่อยๆมันจะให้สะสมแต้ม แต่…มันมีบางไฟท์ที่ใช้ 0 แต้มแลกตั๋ว เอาล่ะจุ้ยกระบี่ดูใกล้แค่เอื้อม ผมใช้เวลาของการทำงานที่ออฟฟิศหาตั๋วทันที 23 มีนาคม อันนี้เจอก่อนเลย เดินทางจากกระบี่มา ดอนเมือง สองคนรวมทุกอย่างแล้วอยู่ที่ 283 บาท โปรไปหาคนไปด้วยว่าตกตงไปด้วยกันได้นะ มันบอกว่าได้เสมอ จัดในทันที่ จองไปเรียบร้อยพร้อมไปเซเว่นเพื่อนจ่ายเงิน…

เดี๋ยวนะแก แกจองจากกระบี่มาดอนเมือง…แล้วขาไปล่ะ เออเนอะ ยังไงดี นั่งรถทัวร์แล้วกัน ประหยัดดี รถทัวร์แบบดีดีหน่อย คนล่ะ 1200+ แหม่ๆ แพงเหมือนกันนะนี่ เอาไงดี ลองอีกสักที จองตั๋วอีกรอบ สรุปไปเจอโปรเล็กๆแอร์เอเชียเจ้าเดิม 2 คน 838 เรียบร้อยทั้งขาไปและขากลับ สองคน 1121 บาท  และก็ได้ถึงเวลาซื้อทัวร์

เข้าเวปหารายละเอียดเกี่ยวกับกระบี่ ไม่นานนักก็ได้แพ็คเก็ต 1999 ต่อคน สามวันสองคืนพร้อมที่พัก ทัวร์และอาหาร สุดยอดคุ้มจริง แต่….โดนหลอกหรือเปล่าหว่า เช็คในพันทิป ว่าด้วยเรื่องของเวปนี้เป็นแหล่งเว็ปบอร์ดที่ใครจะเขียนอะไรก็ได้แต่ มันมีความน่าเชื่อถือ เพราะว่าเวลามีใครมาอวยอะไรแปลกๆพร้อมจะมีคนถล่มทันที เอาเป็นว่าเช็คแล้วไม่น่าโดนหลอก 555+ ขำปลอบใจตัวเอง

ที่นี่ปัญหามันเกิดขึ้นว่า วันที่จองไปเนี่ยมันเป็นเช้าวันอาทิตย์ และกลับเช้าวันพุธซึ่งเวลาอยู่มันเยอะกว่าทัวร์ที่เค้าจัดไว้ มันเลยเกิดช่วงว่างงอกมาหนึ่ีงวันไปไหนดี พักไว้ก่อนดีกว่า ผมทำโน่นนี่นั้นจนมาถึงต้นเดือนธันวาคม ตามแพ็คเก็ตคือเราต้องแจ้งเค้าไงว่าจะใช้ทัวร์ในมือนี่ช่วงไหน ผมชะล้าใจนะว่าวันที่ไปวันธรรมดาคงจะไม่มีปัญหาอะไรสรุปว่า ทัวร์เต็มแล้ว ต้องหาวันใหม่…แล้วตั๋วเครื่องบินที่วางไว้ล่ะ……….งานงอกกกกก (กอไก่เยอะมาก)

บันเทิงเลยสรุปเราต้องหาที่พัก หาทัวร์เองทั้งหมด คุณพระ สนุกสนาน เอาว่ะ

เริ่มหาที่พักก่อน กระบี่มันเป็นเมืองใหญ่ที่มีของดีกระจายอยู่หลายจุด ข้อดีของการหาที่พักเอง เอาแบบนี้เลย นอนมันคืนล่ะทีเลยจะได้เหมือนไปหลายๆที่ คืนแรกวางเอาไว้ที่ในเมืองเลยเพราะคืนวันอาทิตย์มีตลาดคนเดิน ไอ้เหม่งคงชอบเดินหาของกิน ออเร้นจ์ทรี สนนราคาอยู่ที่คืนล่ะ 900 บาท

เวลาเข้ากูเกิ้ลพิมพ์กระบี่แล้วสิ่งที่เด้งขึ้นมาต่อท้ายคือ อ่างนาง คืนที่ 2นอนอ่าวนางล่ะกัน คุณพระแต่ล่ะที่ 1800 คือถูกสุดๆ อันนี้ไม่นับพวกเกรซเฮ้าท์ห้องน้ำรวมนะ เหม่งคงไม่ปลื้มถ้าพับแบบนั้นเสียงกรนอาจจะไปรบกวนฝรั่ง 555+ เจอโรงแรมนึ่ง 1000 บาท โอเครเลยดูจากแผนที่ไม่ไกลจากอ่าวนาง สามารถเดินออกไปชายหาดได้ประมาณ 4-5 ร้อยเมตร แต่ก่อนจะจองกับทางอโกด้า ผมลองหาเบอร์โดยตรงกับทางโรงแรมดูก่อน เผื่อถูกกว่า ปรากฏกว่า 1100 บาท อ้าวกลายเป็นบุ๊คตรงแพงกว่าเอเย็น ไม่เป็นไรครับผมช่วยคนไทนด้วยกัน…บุ๊คกับอะโกด้าแหละ เซฟไป 100 บาท 5555+ คืนที่ 3…เราต้องขึ้นเครื่อง หกโมงครึ่งวันพุธเพราะต้องรีบมาทำงานต่อ เพราะฉนั้นหากหาโรงแรมใกล้สนามบินจะโอเครมาก เดินทางไม่นานใกล้ๆ ผมจิ้มแผนที่จากสนามบินไล่มาเรื่อยๆ จนเจอที่พัก ห่างสนามบินประมาณ โลสองขีด คืนล่ะ 800 กว่าบาท หาในอโกด้านะครับ พอได้ชื่อแล้วก็เหมือนเดิมครับ เอาชื่อไปหาในกูเกิ้ลเพื่อโทรคุยกับโรงแรมโดยตรง คืนล่ะ 550 บาท แหม่ จองซิครับจะรออะไร โอนเงินภายในเย็นนั้นเลย

เรียบร้อยแล้วครับเรื่องที่พัก ต่อไป ทัวร์…ผมวางไว้คราวๆว่าวันอาทิตย์เมื่อไปถึงแล้วจะไปสระมรกตก่อน น้ำพุร้อนอะไรแทบนั้นก่อนจะเข้าที่พักในตัวเมืองเย็นๆ หาไรกินก่อนเดินถนนคนเดิน เช้าวันจันทร์ก็ซื้อทัวร์ให้มารับไปเกาะพีพี ก่อนจะสี่โมงเย็นให้ไปส่งที่อ่าวนางเข้าที่พักที่สอง ทัวร์มันไปส่งได้ทุกที่อยู่แล้ว ประหยัดค่ารถย้ายโรงแรมไปหนึ่งดอก เช้าวันอังคารก็เดินหาดทรายเล่นก่อนจะแบกเป้หารถไปที่พักใกล่สนามบิน อ่อลืมบอก ผมคุยกับเจ้าของโรงแรมที่สามว่าให้หารถไปส่งสนามบินเช้าตรู่ แกบอกว่ามีคนล่ะ 100 เอง สบายล่ะ

ทีนี่ก็มาถึงหาทัวร์สักที สรุปผมต้องหาสองทัวร์ ทัวร์แรกผมเรียกว่าทัวร์บนบกล่ะกัน ส่วนทัวร์ที่สอง ทัวร์ทะเล ทัวร์บกนี่ออกแนวต้องเหมารถทั้งคัน 2800 ได้สี่คน แพงไปนะเก็บเงินไว้กินดีกว่า เอาไว้ก่อนดีกว่า ผมหาทัวร์ทะเลก่อน ปรึกษาพี่สาวแฟนว่าหาทัวร์อะไรดี เมื่อปีที่แล้วแกเพิ่งพาพ่อแม่ไปกระบี่มา แกว่าพี่ต้องไปเกาะพีพี สวยมาก ผมก็เริ่มศึกษา ทัวร์ทะเลที่กระบี่เนี้ยมันแบ่งออกได้เป็น สองกลุ่มใหญ่ๆ 1เกาะใกล้ๆ นั่งเรืองหางยาวไป เป็นไม้ๆ เท่ห์ๆ อาร์ทๆ อันนี้ก็ 4-5 ร้อย ส่วนใหญ่จะเขียน 4 เกาะ 5 เกาะ อาหารกล่อง ดำน้ำแค่ที่เดียว ที่เหลือที่ชื่อเกาะเยอะๆนี่ล่องผ่านๆให้ถ่ายรูปกัน แหม่นานไปทั้งทีจัดพีพีไปเลย 1500 บาทต่อคน โหดอยู่นะ แอบมีลังเล แต่มีคนเคยบอกไว้ว่าไปกระบี่ต้องถึงพีพี(ไอ้คนที่บอกเนี้ยเจ้าของทัวร์แหง่ๆ) เอาว่ะ นานๆทีพันห้าก็พันห้า หาเบอร์โทรไปคุย ปลายสายบอกว่าเราเป็นขอบบริษัทตรงไม่ผ่านเอเจ็นจะถูกกว่า 1500 นะคะ(โหสวดยอดดีใจมากแต่เก็บอาการก่อน) เท่าไหร่ครับ (ทำเสียงแข็งๆ) 1200 ค่าเหยียบเกาะ 40 บาท เป็นคนล่ะ 1240 ค่ะ คือขออธิบายหน่อย อ่าวมาหย่าเนี้ยเป็นอุทยานแห่งชาติ ใครจะมาก็เสียค่าธรรมเนียมดูแลบริหารจัดการว่ากันไป คนไทยอยู่ที่ 40 บาท ส่วนฝรั่งตาน้ำข้าวก็ไม่ต่างกับเรามาก 400 บาท 555+ เป็นอีกครั้งที่รู้สึกดีที่เป็นคนไทย ตามตารางที่ให้มาก็วิ่งไปพีพี ระหว่างนั้นก็จะผ่านเกาะไก่ เกาะอะไรที่ว่าพวกเรือหางยาวไปกัน นั้นแหละ แต่ของเราสปีดโบ๊ท ดูหรูแพงกว่า หุหุ เจ๋งปะล่ะ ก่อนจะไปพีพี เกาะห้อง อ่าวมาหยา(ที่เสีย 40 บาท) และพักกินอาหารเที่ยงแบบปุฟเฟ่ที่เกาะพีพี โอโห้สวดยอดอ่านแล้วฟิน เทียบกะพวกข้าวกล่องได้ที่ไหน กลับเข้าฝั่น สี่โมงเย็น โหโคตรคุ้มกับเงิน 1240 บาท จัดซิครับ

เรียบร้อยไปแล้วสำหรับทัวร์ทะเล และแล้วก็มาถึงทัวร์บก หาๆๆๆ หาไม่เจอ มีอยู่ครั้งนึ่งเคยมีคนรู้จักจำได้ลางๆว่าที่อยู่กระบี่มาฝึกงานที่บ้านแฟน ตอนนั้นเค้าแอดเฟสมา ถึงเวลาต้องตีสนิทแล้วซินะ จัดไปในทันใด คุยกันออกแนวปรึกษาว่ามีทัวร์แนะนำไหมประมาณนี้ นิสัยคนใต้เลยครับ รักเพื่อนฝูงมากพี่ไม่ต้องเสียเงินนะ เพื่อนผมจัดให้ ผมปฏิเสธแน่นอนเกรงใจมากเพราะไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ แค่ถามเฉยๆนี่ออกแนวจะพาเที่ยวเลย ท่าทางจะไม่ชนะ เราเองก็หาทัวร์ไม่ได้ด้วย เห็นว่าเพื่อนที่จะมารับนี่จะเอาแฟนมาเที่ยวด้วย ประมาณนั้นเลยบอกเงื่อนไขไปว่า เดี๋ยวช่วยออกค่าน้ำมันแล้วกัน ถ้าไม่เอาค่าน้ำมันไม่ไปนะ แล้วก็ตอบตกลง โอเค ทัวร์บกเคลีย….

ทีนี้ก็เหลือสิ่งของที่จำเป็นกันการเที่ยวครั้งนี้

กล้อง sony nex-5

กล้อง yi camera เอาไว้ถ่ายใต้น้ำ

ครีมกันแดด banana boat

ซองมือถือแบบกันน้ำ

ถุงทะเลเหลืองๆเท่ห์เอาไว้ขี่สปีดโบ้ท

เป้ใหม่ใบใหญ่กว่าเดิม กะว่าจะใส่ของให้แฟนด้วนแบกไปใบเดียว

 

 

 

การเมือง เดือนสิบสอง ปีห้าสิบหก

การเมืองเหมือนลัทธิ

เหมือนเสรีแต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว

เรามีสิทธิที่จะเลือกว่าชอบแบบไหน

แต่แบบให้เลือกบางครั้งก็ไม่ถูกใจสักทาง

คนส่วนใหญ่เลยเลือกที่ใกล้กับที่ชอบมากที่สุด

คนอีกกลุ่มอยากรอเจออันที่ชอบจริงๆ

หากแต่รอนานเกินไปเลยไม่เห็นที่ตรงใจ

เลยไม่ได้เลือกใครไว้ในใจ

เลยโดนว่าไม่รักประเทศบ้าง

บางคนเลยจำยอมเลือกสักทาง ที่ใกล้กับที่ตนเองชอบที่สุด

เลือกที่สังคมใกล้ตัวส่วนใหญ่เลือก หนีไม่พ้นพวกมากลากไป

หากดูแล้วชั้นไม่เลือกใคร หากดูแล้วชั้นนิ่งๆ ดูแล้วเกมือนชั้นไม่ใส่ใจกับอะไรเลย แล้วโกรธชั้น อยากบอกว่า ชั้นเสียใจ

ต้มเลือดหมู

สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องวันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องในครัวกันบ้าง ถือเป็นแนวใหม่ในบล๊อคนี้เลย

เช้าวันนี้เรืื่องเกิดจากที่ในตู้เย็นมีซี่โครงไก่อยู่นั้นเป็นสาเหตุที่เกิดไอเดีย เรามาทำอาหารเช้าทานกันดีกว่า

สองวันก่อนเพิ่งได้ยินมาจากพี่ท่านหนึ่งเล่าว่าเลือดหมูต้องทานตอนเช้าเท่านั้นถึงจะดีมากเพราะจะไปดูดจับสารพิษในร่างกาย
พอได้ยินเช่นนั้นเลยมานั่งนึกเองว่าหลักการทำงานของเลือดหมูคงจะคล้ายฟองน้ำที่เข้าไปดูดสารพิษ
เพราะเวลาที่เราทานเข้าไปจะรู้สึกถึงความฝืดๆเวลาที่เจ้าเลือดหมูนั้นโดนกับอวัยวะภายในปากของเรา
นั้นทำให้เกิดไอเดีย ต้มเลือดหมูทานกันดีกว่า เข้าครัวซะบ้างไหนๆวันนี้ก็ได้หยุดอยู่บ้านแล้ว

ส่วนประกอบของวันนี้ไม่มีอะไรมาก
โครงไก่หนึ่งโครง
เลือดหมูหนึ่งถุง เทน้ำที่มากับเลือดหมูออกให้หมด แล้วใส่ภาชนะใส่เกลือเล็กน้ำแล้วนำน้ำสะอาดแช่เอาไว้

20121202-094810.jpg

ผักขึ้นฉ่ายล้างให้สะอาด

20121202-094924.jpg

ถั่วงอกเพาะเองได้จะดีมาก เดี๋ยววันหลังจะมาเล่าว่าเพาะถั่วงอกทานเองมันง่ายแค่ไหน

20121202-095034.jpg

ล้างโครงไก่ ใช้มีดทุบให้กระดูกไก่แตกพอประมาณความหวานของเลือดไก่ที่อยู่ในซี่โครงจะออกมาตอนนี้แหละ ใส่น้ำสะอาดตามด้วยเกลือป่นซีอิ้วขาว พริกไทยเม็ด ทุบเบาแค่พอแตก ความหอมจะออกมาเมื่อเจอความร้อน กระเทียมกลีบเล็กๆ ทุบเบาๆเช่นกัน

ตั้งไฟแรงที่สุดเท่าที่จะแรงได้ระหว่างนี้คอยช้อนฟองที่ลอยขึ้นมาทิ้งเป็นระยะจนกระทั่งเดือดตรงนี้สำคัญมากให้รีบหรี่ไฟลงให้เบาที่สุด เบาแค่ว่าพอให้น้ำเดือดเบาๆแต่อย่าให้นิ่ง คอยช้อนฟองทิ้ง ระหว่างการต้มห้ามทำการคนน้ำซุปโดยเด็ดขาด เพราะน้ำใสๆจะขุ่นทันที่
ต้มไฟอ่อนไปประมาณ 20นาทีปิดแก๊ส

20121202-095731.jpg

มาถึงขั้นตอนการเสริฟ ให้เรานำน้ำซุปใส่ในหม้อเล็กประมาณสามสี่กระบวย ใส่หมูสับประมาณหนึ่งช้อนกลาง เลือดหมูที่เราแช่ทิ้งไว้สัก 3-4ชิ้นเล็กๆตั้งไฟเร่งให้เดือด หากใครอยากทานเครื่องในอื่นๆก็ใส่ได้ตรงส่วนนี้เลย แนะนำลูกชิ้นหมูสัก 4-5 ชิ้น ยกลงเทราดถั่วงอกที่เราเตรียมไว้ในถ้วยที่จะเสริฟ โรยขึ้นฉ่าย พริกไทป่น

เท่านี้เองครับ มื้อเช้าที่ธรรมดามากแต่สุดยอดด้วยประโยชน์และความสุขภาย ง่ายๆภายในครัวของคุณเอง

20121202-100337.jpg

20121202-100348.jpg

การเดินทางครั้งใหม่

การเดินทางครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ตุลาคมปีห้าสิบห้า เป็นอีกเดือนที่ไม่ได้อัพบล๊อกเลย
เหตุการณ์ต่างๆได้เกิดขึ้นมากมาย
การเปลื่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย

งานที่เยอะขึ้นในเดือนนี้
มือถือเครื่องใหม่กับการปรับแต่งจนพอใจ นั้นทำให้การใส่ใจในบล๊อกน้อยลง

แต่ที่มีผลที่สุดคือ ละคร ใครจะคิดว่าผู้ชายตัวอ้วนๆดำๆคนนี้จะติดละครตอนอายุสามสิบ
ละครแห่งปีหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ ไม่มีใครไม่รู้จัก แรงเงา มุตตา

หากแต่ที่นั่งเฝ้าคอยหน้าทีวีช่องสามเวลาสองทุ่มครึ่งของค่ำวันจันทร์และอังคารหาใช่การสาแก่ใจที่ได้ดูเมียหลวงตบเมียน่อยหรือเมียน้อยตบเมียหลวงไม่ แต่เป็นเหล่าบรรดาตัวประกอบทั้งชายหญิง ทั้งแก๊งคนใช้ หรือเพื่อนที่กระทรวงจอมก๊อดซิบทั้งหลาย

การคัดเลือกนักแสดงในแรงเงาสองพันสิบสองนี้ช่างเก่งจริงๆจนทำให้ผมติดงอมแงม และเชื่อว่าใครอีกหลายคนก็คงเป็นคล้ายๆกัน

นั้นหาใช่ข้ออ้างไม่แรงเงาเป็นรายการบันเทิงทางทีวีที่ผมเฝ้าดูอีกรายการต่อจาก เดอะวอยส์

17.53 นาที ตอนนี้ผมนั่งกดแท๊ปเล๊ตจีนอยู่ที่ดอนเมือง
การเดินทางกำลังจะเริ่มอีกครั้งในปี 2012 นี้ ปลายทางคือที่ที่ผมมิได้เคยสัมผัส เป็นครั้งแรกสำหรับที่นี่ สงขลา หาดใหญ่

เวลาตามบัตรโดยสารนั้นคือ 19.00 จะเรียกขึ้นเครื่องแต่เครื่องจะออกเวลา 19.25

คราวนี้ผมใข้บริการของโอเรียนไทย ปกติอุดหนุนแต่นกแอร์คราวนี้เปลื่ยนบ้างดูซิจะเป็นอย่างไร เอาเป็นว่า ขอให้ถึงที่หมายก็พอ อย่างอื่นเราไม่ว่ากันอยู่แล้ว

ผมโหลดเป้ใบเก่าๆไปเรียบร้อยในบัตรโดยสารแจ้งว่า สี่กิโลกรัม
ใครจะรู้ในนั้นมีคุ๊กกี้สิงคโปร์แสนอร่อยอยู่หนึ่งถุงและหมูหยองอีกหนึ่งถุง

ก้มหน้าพิมข้อความพอเงยหน้าขึ้นมาก็มืดคาตาไฟทุกดวงถูกเปิดขึ้นราวกับคอนเสิร์ตเดอะวอยส์ นาฬิกาข้อมือแจ้งว่าหกโมงห้านาที อีกไม่ถึงชั่วโมงก้นผมจะไปวางอยู่บนยานพาหนะที่บินได้พาผมล่องลองจากกทมเมืองหลวงของเราสู่หาดใหญ่สงขลา

แล้วพบกัน หาดใหญ่

18.05
สนามบินดอนเมือง
08.11.2012

ประกวดร้องเพลง

นานมาแล้วนะที่ผมได้ยิ้มหน้าจอทีวี นานมากแล้วครั้งสุดท้ายรายการที่ชอบก็ถูกถอดออกไป เป็นต่อเดินจากจอไปด้วยเหตุผลที่ยังงงอยู่ว่าทำไม ถึงขนาดมีคนตั้งเพจในเฟสบุ๊คเพื่อว่าไม่ให้ถอดรายการนี้

ประกวดร้องเพลงนั้นคือคำจำกัดความของรายการที่เปิดโอกาสให้คนที่มีความสามารถได้แสดงออกกัน จนมาถึงวันที่ อเคดามี่แฟนเทเซีย รายการที่เป็นเรียวลีตี้มีบ้านหนึ่งหลังให้คุณได้เฝ้ามองผู้แข่งขันทั้งสิบสองคน ซ้อมร้องเพลง ซ้อมเต้น มีไมค์ติดตลอดเวลา ผมตื่นเต้นมาก ตามดูตลอดถ้าจำไม่ผิดสมันนั้นยังเป็นยูบีซีอยู่เลย ทุกเทปในปีแรกสนุกมาก นั้นทำให้ผมประทับใจมาก

แต่แล้วความขลังก็หมดลง ค่อยๆถูกการตลาดกลืนความเป็นมืออาชีพไป เพราะคนที่ชอบมืออาชีพจริงๆ เค้าไม่ชอบโหวต เลยไม่มีรายได้จากเอสเอ็มเอส กลุ่มที่จะโหวตคือสาวๆเด็กๆ เพราะฉะนั้นเลยต้องสวยหล่อตามระเบียบ นั้นทำให้เอเอฟคือพี่วิทย์ในปีแรกและสนในเดอะสตาร์ หล่อไหมล่ะ

แล้วผมเลิกดูประกวดร้องเพลง ไม่เคยลุ้นว่าใครจะชนะ

จนมาถึงเมื่อสัปดาห์ก่อน ได้เปิดดูเดอะวอยส์ในยูทูป ก่อนหน้านี้ก็ได้เห็นโฆษณาบ้างแต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะดีขนาดนี้ สิ่งแรกที่ชอบคือกรรมการทั้งสี่ท่านดูจะเป็นสีสันมาก คาเรกเตอร์ไม่มีใครเด่นกว่าใครนั้นคือส่วนผสมที่ลงตัว จนมาถึงการแนะนำตัวผู้เข้าประกวดก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมาก
แต่ที่ถูกใจที่สุด นั้นคือดนตรีที่เล่นสดแสงสีมุมกล้องต่างๆทำออกมาได้ดีมาก บันทึกเสียงได้ดีมาก ในทุกคนที่มาแข่งขัน เหมือนเราได้ดูการแสดงสดของศิลปินหน้าใหม่คุณภาพดีแต่ว่าเราไม่รู้จัก การคัดเลือกมีคุณภาพมากจริงๆก่อนถึงรอบนี้ ไม่เหมือนการประกวดเลย

และความสามารถของผู้เข้าประกวดให้แค่ความประทับใจ แต่หากสิ่งที่ทำให้เราสนุกกับรายการ ทำให้รายการที่มีเสน่ห์นั้นคือวิธีการการแย่งกันของโค๊ชทั้งสี่คน จังหวะการกดหันหลังกลับมา เสียงกรี๊ดหลังการที่กดนั้นเป็นอะไรที่ลงตัวมาก รายการนี้อย่าเพิ่งดีแตกนะ นันคือสิ่งที่ผมกลัวมาก  ให้ฟรีทีวีได้มีอะไรให้เฝ้ารอดูบ้างจะขอบคุณมาก

สิงหาคมเดือนแห่งวันแม่

หลายๆคนยังมีแม่อยู่ สามารถเจอได้เมื่อยามตื่นนอนและเห็นแม่ก่อนที่จะเข้านอน นั่นทำให้เราเห็นความสำคัญของผู้หญิงคนนี้น้อยลง แบบไม่รู้ตัว โดยปกติแล้วอะไรที่มันมีมากไป มันเยอะไป ทำให้เราไม่ค่อยจะได้ใส่ใจกับมันมากนัก แต่พอถึงเวลาจะเสียมันไป ก็จะวิ่งทำทุกวิธีเพื่อจะให้มีสิ่งนั้นอยู่ต่อไป
“อาจไม่เคยอยู่ในสายตา เหมือนเธอไม่รู้ว่ากำลังหายใจ”
แต่หากวันไหนที่ไม่มีอากาศแล้ว นั่นแหละถึงจะเห็นความสำคัญของออกซิเจน

ทุกช่องทาง ทั้งในทีวี วิทยุ หรือโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ ก็พูดเรื่องนี้กัน ความหมายโดยรวมก็ไม่ต่างกัน คือต้องการให้คนที่ยังมีแม่อยู่ ได้แสดงออกในสิ่งที่ไม่เคยทำ

ได้แสดงออกด้วยการ กอดแม่ บอกรักแม่ แต่เชื่อเถอะว่าความรู้สึกที่ลูกมีให้แม่ และความรู้สึกที่แม่มีต่อลูก ทำหรือไม่ทำ แสดงออกหรือไม่แสดงออก ความรู้สึกมันไม่ได้แตกต่างกันมากนักหรอก เพียงแต่สิ่งที่จะได้คือความประทับใจ ความทรงจำต่างหาก แก่นของเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ความรักมันมากขึ้น เพราะความรักของแม่กับลูกมันมากมายอยู่แล้ว เพียงแต่จะต้องการเตือนให้เราทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ได้มีโอกาสได้แสดงออก ก่อนที่มันจะสายไป เท่านั้นเอง

ไม่ใช่แค่แม่เท่านั้น การแสดงออกนี้เราสามารถปรับเอาไปใช้ได้กับทุกๆเรื่อง ทุกๆคนในชีวิตของเรา ญาติผู้ใหญ่ ให้ความสำคัญกับทุกๆคน แสดงออกว่าเรารักท่าน
ไม่ใช่แค่กับใครบางคนเพียงเพราะว่าเรามีโอกาสที่จะได้แสดงออกน้อยกว่าคนอื่นๆ

ลองมองในมุมกลับซิ ถ้าไม่มีพรุ่งนี้สำหรับเรา วันนี้คือวันสุดท้าย จะเสียดายแค่ไหนที่ไม่ได้แสดงออก กับทุกๆคน

ทำ… ก่อนที่มันจะสาย บางครั้งเราอาจจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะมานั่งเสียดาย…ด้วยซ้ำไป